วันนี้เราวกกลับมาพูดกันในเรื่องราวของนิยาย.............................

เรื่องที่หลายคนอาจจะสงสัย ข้องใจ และ ไม่พอใจ................................

.

แรงบันดาลใจ ก็อปปี้ หรือ ความบังเอิญ !!!

.

ขอออกตัวก่อนเลยนะคะ ว่า ไม่ได้พูดเจาะจงลงไปใน นิยาย เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น แต่พูดโดยภาพรวมที่มีให้เห็นกันโดยทั่วไป

ก่อนอื่นเรามาแยกแยะความแตกต่างระหว่าง เรื่อง 3 เรื่องนี้ให้ออกก่อน

- แรงบันดาลใจ :

การได้รับแรงบันดาลใจ ก็อย่างเช่น เรามองท้องฟ้า เราติดใจกับมัน ทำให้เราแต่งเรื่องราวเกี่ยวกับท้องฟ้าขึ้นมา เป็นต้น

สามารถใช้ได้กับหนังสือนิยาย เช่นกัน เช่น เราอ่าน Harry Potter แล้วอยากจะมาแต่งนิยายของตัวเองบ้าง เช่นนี้ก็เรียกได้ว่า ได้รับแรงบันดาลใจซึ่งบางที อาจจะเหมือน หรือ ไม่เหมือน นิยายที่เป็นตัวก่อให้เกิดแรงบันดาลใจกับเราก็ได้ (( แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีความคล้าย หรือ เผลอๆ ก็จะเหมือนเลย ))

ในกรณี ที่ได้รับแรงบันดาลใจนี้ มีความเป็นไปได้อยู่ 2 อย่างเช่นกัน ก็คือ

1.รู้ตัวว่า "เราได้รับแรงบันดาลใจ อะไร มาจากไหน"
2.ไม่รู้ตัว

ในกรณีที่ "รู้ตัว" และ ให้ เครดิต ก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่ใน กรณีที่ "ไม่รู้ตัว" นี่สิ มักจะก่อให้เกิดปัญหา อาจจะถึงขั้นเป็นเรื่องราวใหญ่โต ตัวนักเขียนก็จะบอกว่า นี่เรื่องของเราไม่เหมือนใคร คนชอบเรื่องนั้นก็จะสนับสนุน แต่คนภายนอกที่ไม่ชอบนี่สิ สายตาที่เค้ามองมา เค้าจะเห็นว่า "อีนี่หน้าด้าน ไปลอกเค้ามายังไม่ยอมรับอีก" อะไรเช่นนี้

- ก็อปปี้ :

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูออกได้ง่าย และ เห็นกันอยู่อย่างโจ่งแจ้ง จะจะ แบ่งออกได้หลายกรณีอยู่เช่นกัน

1.ลอกแนวคิด - ในเรื่องนี้ เราจะจับได้ยากว่า เค้าไปเอามาจากไหน เนื่องจากคนลอกมักจะอ้างได้ว่า เค้าคิดได้เอง

2.ลอกคำพูด - ส่วนใหญ่ จะเป็นคำพูดที่เป็นประโยคเด็ดๆ ซึ่งคนอ่านจะติดใจ

3.ลอกตัวละคร - อันนี้ก็...ถ้าคนลอก ลอกมาแบบไร้หัวสมองก็จับได้อย่างง่ายมากๆ - -" แต่ถ้าลอกแล้วมีหัวสมองหน่อย ก็จะจับได้ยากกกกกกกก

4.ลอกเค้ามาทั้งดุ้น - อันนี้ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้วแหล่ะ =_____="""

เท่าที่คิดออกก็มีประมาณนี้

การลอก ได้ชื่อว่า การลอก ยังไงๆ มันก็ไม่ดี ถึงคนอ่านจะไม่รู้จับไม่ได้ แต่คนแต่งก็รู้อยู่แก่ใจ ใครทำก็ขอให้เลิกเถอะนะ....มันไม่ดีต่อสุขภาพจิตตัวเองด้วยแหละ - -

- ความบังเอิญ :

เรื่องนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากๆ ถ้าคนแต่ง 2 คน อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่คล้ายๆ กัน ทำไมจะไม่มีโอกาส คล้ายกันได้ล่ะ ?? จริงมั้ย ^^

เอาง่ายๆ เรื่องง่ายๆ ที่สุดเลย

"ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี"

บางคนอาจจะขำที่ เรายกตัวอย่างแปลกๆ - -" แต่เอาเถอะ.......

จริงมั้ย ทำไมทุกศาสนาถึงสอนเช่นนี้ล่ะ เค้าลอกกันเหรอ ?? 555 ไม่มีทางอยู่แล้วล่ะ ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ การสอนให้คนเป็นคนดีนี้ คือ สิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว เป็นสิ่งที่สมควรมีในโลก...."คนดี"

คงจะพอเข้าใจกันแล้วกระมัง....มาเข้าสู่เรื่องต่อไป คือ ทำอย่างไรเราจะดูออกว่านิยายที่เราอ่านอยู่นั้น เข้าใน 3 ประเภทนี้มั้ย ?

เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์การอ่าน ของ คุณๆ ทั้งหลายด้วย ว่า อ่านมาเยอะพอมั้ย

ถ้าคนอ่านน้อยก็คงไม่สามารถดูออกอยู่แล้ว และก็อาจจะหลงไปกับ คารม คนแต่งได้ง่ายๆ เป็น แนวทัพสนับสนุนคนแต่ง

แต่ถ้า คุณพอจะสะกิดใจในบางเรื่อง บางกรณีก็อาจจะทำได้ดังนี้

1. ถามคนเขียนตรงๆ เลย เราก็จะรู้คำตอบ (( ถ้าคนเขียนมี คุณธรรม พออ่ะนะ ))

2. หาเรื่องอื่นที่เราสะกิดใจว่า มันคล้าย หรือ เหมือน มาเป็นหลักฐาน ยืนยัน แต่อันนี้ต้องดูก่อนนะ ว่าไอ้ที่เราเอามาเป็นหลักฐานน่ะ เป็นฝ่ายไปลอก หรือ ได้รับแรงบันดาลใจ จากเรื่องที่เราอ่านอยู่รึเปล่า พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องดูว่า "มันมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่"

3. บอกเล่าเก้าสิบต่อเพื่อนๆ ของคุณ ให้มาช่วยกันพิสูจน์ ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีวันรู้อ่ะนะ - -

4. ฯลฯ (( เอิ้กๆ ข้าเจ้า ขี้เกียจนึก ใครจะเพิ้มเติมก็โพสมาได้นะเจ้าคะ ))

แล้วถ้าเรารู้แล้วล่ะ แน่ใจแล้วล่ะ ว่า.....

1. มันลอกเค้ามา - ก็ไม่ต้องว่าพูดว่ากล่าวอะไรอ่ะนะ ไปบอกเจ้าตัวคนเขียนเรื่องที่ถูกลอกให้มาจัดการเอง

2. มันได้รับแรงบันดาลใจมา - อันนี้ก็อยู่ที่คนอ่านว่า รับได้มั้ย ถ้ารับได้ก็ปล่อยมันไป แต่ถ้ารับไม่ได้ ก็ต้อง "จี้" เจ้าค่ะ จี้ให้คนเขียนออกมาให้เครดิต เพราะ ไม่เช่นนั้น คนอ่านคนอื่นๆ อาจจะเข้าใจว่า คนเขียนบริสุทธิ์ผุดผ่องคิดมาเองจากหัวสมองอันสดใส

3. เค้าคงบังเอิญเหมือน - ปล่อยสิคะ จะไปสนอีกทำไม - -a

ขอเพิ่มเติมนะคะ

ในบางเรื่องที่อาจจะได้รับแรงบันดาลใจ หรือ ไปลอกเค้ามา นี้ แต่เป็นเรื่องที่เป็นสาธารณะ เช่น นำเรื่องของเทพนิยาย มาใส่ในนิยายตัวเอง ในเรื่องนี้เราคิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจาก มันเป็นข้อมูลที่เป็น สาธารณะ ถึงแม้เราจะเอามาจากหนังสืออื่น ก็ตาม

ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องของ ดาวินชี่ โค้ด โดนฟ้องร้องเรียกค่าลิขสิทธิ์จากนักเขียนคนหนึ่งที่ทำหนังสือรวบรวมเรื่องของ ดาวินชี่ ก่อนอื่นเลย คำถามแรก เรารู้มั้ยว่า คนแต่ง ดาวินชี่ โค้ด เค้าไปเอาเรื่องจากหนังสือเล่มนี้จริงๆ ? เราไม่มีทางรู้ได้เลย หนังสือเรื่องของดาวินชี่มีเยอะแยะ อย่างที่สอง ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลของ สาธารณะ ดังนั้น ศาลตัดสินมาแล้ว ว่า "ไม่จำเป็นต้องจ่าย" เพราะ มันเป็นข้อมูลสาธารณะ ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ

ดังนี้ ก็เช่นกันกับเรื่องต่างๆ ที่มันเป็นของสาธารณะ ไม่ได้เกิดจากความคิดของใครคนใดคนหนึ่ง หรือ ไม่ทราบว่า ใครเป็นเจ้าของ เช่นพวกกลอน นิรนาม ทั้งหลาย

แต่ เราก็เห็นบางคนบอกเหมือนกัน ว่า เอาข้อมูลสาธารณะ เหล่านี้มาจากหนังสืออะไร เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่า จำเป็นต้องให้ เครดิตมั้ย ? อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ วิจารณญาณ คนแต่งละกันค่ะ ^^

เท่านี้ก็แล้วกัน ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็จะมา อัพเดทใหม่ ^^

ใครอยากเพิ่มเติมอะไรก็ว่ามานะก๊ะ หรือ ผู้ใด๋อยากเถียงข้าพเจ้าก็ตามสบาย ((ขอสุภาพหน่อยนะ - -))

ปล. อย่าตกใจกับรายชื่อ Fav. ข้าเจ้า ข้าเจ้ากำลังไล่ตามแอดใหม่ เนื่องจากการจัดระเบียบสังคม เอ๊ย จัดระเบียบบลอค ใครรู้ว่าชื่อหายก็ลงชื่อไว้เลยก๊ะ - -"""

ปปล. ไอ้คุณๆ ที่สงกะสัย ว่าข้าเจ้าเป็นไรไปก็ไม่ต้องแปลกใจหรอก โรคเครียดสอบอ่ะ สมองมันเลยบ้าๆ นิดหน่อย ทำงานแบบพิกลๆ ^^


edit @ 2005/10/01 14:47:02
edit @ 2005/10/02 10:35:22

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

บล็อกสวยๆ

ส่วนตัวตอบได้ว่าแรงบันดาลใจจากอะไรนะ คนอ่านก็พอรู้แล้วมั้ง
มันออกจะเห็นชัดอย่างนั้นในงานเรา ^^"
แต่ถามว่าเหมือนนิยายเรื่องไหนหรืออะไรไหม ตัวเองก็บอกไม่ได้เพราะไม่ได้
เพราะไม่ได้ลอกใครเขามานิ

คิดถึงกระทู้นึงในเจเจ ของน้อง LIL
การลอก การเลียน และการเรียน อะไรเทือกนี้ อยกอ่านจัง T^T
ลูเคยแต่งฟิคไว้(แต่ไม่ได้เอาลงเน็ต)
แล้วก็คิดประโยคๆนึงขึ้นมา
แล้วก็นั่งเล่า(?)ให้น้องสาวฟัง
ยัยน้องบอกว่า ประโยคนี้คุ้นๆนะ ไป copy ใครมาป่ะ
ลู : ป่าวนี่
น้องสาวก็เลยขึ้นไปหยิบฟิคที่ print มาอ่าน (ก็หลาย 10 เรื่องอยุ่ -*-)
มานั่งเปิดหาประโยคนั้นกัน

แล้วก็เจอจริงๆด้วยค่ะ
เหมือนกันทุกคำพูดเลย
แบบว่า ลูก็อึ้งนะ
ไม่ได้ตั้งใจจะ copy ใคร

ความจริง เรื่องนั้นกะจะเอาลงเน็ต ถ้าแต่งเสร็จ
ก็เลยต้องยกเลิกไปเพราะประโยคนั้น

P.S. \(^o^)/ ยกมือด้วยคน ชื่อของเค้าหายไปอะ

#2 By Luscinia on 2005-09-30 23:28

คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจ - -
มีแต่คนที่รักการอ่านจริงๆเท่านั้นแหละที่จะสังเกตเห็น
คงประมาณว่า จะลอกใครมาก็ช่าง แค่สนุกก็พอ เหอเหอ
แต่สนุกบนความทุกข์ของคนอื่นนี่ ไม่ไหวมั้ง....

จะเป็นเรื่องแต่ง รูปวาดหรืออะไร ก็ไม่ควรcopyทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นจะโดนหาว่าไร้สมอง ดีแต่ลอกคนอื่น (โดยเฉพาะข้อสอบ)

[แต่การ"ลอก"กะ"ยำ"นี่ไม่เหมือนกันนา]

ปล. ไม่ลืมบลอคเรา
- - - - - - - ว่าแต่จะใส่แบนเนอร์ไงอะ

#3 By ♠.HiDe.♠ on 2005-10-01 15:22

อ่านคุโรมาตี้ เรื่องแรงบันดาลใจจากพี่โม่ง น่าจะได้อะไรมากขึ้นอีกนะคะ

#4 By Villetta on 2005-10-01 17:51

...แรงบันดาลใจ
ตังค์ว่าถ้าตังค์ต้องเขียนแรงบันดาลใจ... ก็คงใช้กระดาษหมดเล่ม
เพราะว่าตังค์คิดว่า แรงบันดาลใจของตังค์คือทุกๆสิ่งที่เคยอ่านมา ตังค์ก็เรียนรู้ภาษา พล็อทใหม่ๆ คำพูดๆ อะไรๆมา <<เจ๊นี่มาประเด็นไหนฟะ - -">> แต่ก็คงมีบางสิ่งบางอย่างเป็นแรงบันดาลใจหลักๆละมั้งคะ
นับวันเจ๊ยิ่งเริ่มกลายพันธ์ไปเป็นพวกลัทธิรักหนังสือแบบบ้าคลั่งสุดๆไปแล้วนะเนี่ย --_--

ที่จริงปกติเรื่องเนี่ย คนอ่านส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยสนใจกันนักหรอกนะเอาเข้าจริงอ่ะ แค่ให้สนุกไว้ก่อนเท่านั้นก้อพอแล้ว

แต่ถ้าจะให้มองลึกลงไปจริงๆอ่ะ"แรงบันดาลใจ" กะ "ก๊อปปี้" บางทีมันก้อแยกออกมาได้ยากเหมือนกันนะ เพระเส้นที่แบ่งคั้นระหว่างทั้งสองนั้นมันช่างบางเหลือเกิน..บางจนกระทั้งบางทีคนที่เขาได้ชื่อว่าเป็นพวก"ก๊อปปี้"บางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำอย่างงั้นอยู่

ซึ่งโดยรวมแล้วสุดท้ายมันก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนอ่ะแหละที่จะเป็นคนกำหนดเส้นแบ่งคั้นทั้งสองอย่างนี้ไว้แค่ไหน ยังไง เพราะไม่มีใครสามารถกำหนดขึ้นมาตายตัวนินา ว่าทำอย่างนี้เข้าข่ายอย่างนี้ ทำอย่างนู่นเป็นพวกนั้น

แต่ก็นะ มันแล้วแต่คนๆไป จะไปตีตราใส่หน้าเขาว่าเป็นพวกแบบนั้น แบบนี้โดยไม่ฟังเสียงเขา หรือใครๆเลยก็ไม่ได้เหมือนกัน.....เฮ้ออ...ทำไมมนุษย์ถึงได้ยุ่งยากเช่นนี้หนอ

#6 By nightwing on 2005-10-02 00:16

คิดเหมือนกันค่ะ
หนังสือส่วนหนึ่งก้อจะมีความคล้ายๆกัน
แบบว่าอ่านแล้วก้อจะรุเลยว่าต่อไปจะเปงยังงาย
แต่บางเล่ม ก้อแปลกไปจากเล่มอื่น
แล้วชอบอ่านหนังสือแนวไหนหรอคะ หรือว่าได้ทุกแนวเรย

#7 By HoLLaBaCk GirL!!! on 2005-10-03 16:57

บลอคสวยขึ้น..?? ดาวประกวดธีมเปล่าเนี่ย..??

เรื่องนี้เห็นด้วยจ้า เคยนั่งคุยกับเพื่อนนะ ไม่ใช่แค่นิยาย แต่รวมถึงเกมฝีมือคนไทยสมัยนี้ด้วย - - อันนี้เราไม่ได้ตามข่าวเลยไม่ค่อยรู้ แต่เคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ ว่าเป็นเกมฝีมือเด็กไทย (ไม่ขอเอ่ยชื่อเกมละกัน เหอๆ - - เดี๋ยวจะโดนว่าหมิ่นฝีมือคนไทย) เพื่อนบอกว่าระบบเกมเหมือนเกมสามก๊กเป๊ะเลย ฉากยังเหมือน - - เหอๆๆ แล้วแต่คนจะว่าเน้อ - - แต่ติดอยู่ที่คำพูดว่า "เราจะพัฒนาฝีมือคนไทยให้สู่อืนเตอร์ เราสร้างระบบให้แตกต่างและไม่เหมือนใคร" เท่านั้นแหละ จริงๆเราว่าบอกว่าแรงบันดาลใจมาจากไหนก็ไม่น่าจะผิดนะ - - เราจะให้เกียรติคนแบบนี้มากกว่าคนที่ไม่ได้เครดิตอะไรเลยกับแหล่งแรงบันดาลใจเสียอีก

แต่ว่านะ เรื่องความเป็นออริจินัลของผลงานมันก็คงไม่มีในโลกนี้อยู่ดี เว้นแต่คนๆนั้นไม่ได้พบเจออะไรเลย แต่คงหายากนะ ไม่เจอแม้กระทั่งธรรมชาติหรือสิ่งรอบตัว มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว - - ยังไงๆผลงานของแต่ละคนก็ต้องมีที่มาที่ไปอยู่ดี (แต่ไม่ได้หมายความว่าลอกนะ แค่แรงบันดาลใจ)

กับอีกเรื่องที่ดาวว่านั่นแหละ ข้อมูลสาธารณะ หลายเรื่องใช้โครงมาจากเรื่องนี้ แต่เราว่าตราบใดที่เขาจะครีเอตตัวผลงานจากความคิดและประสบการณ์ของเขาจริงๆ เราก็ไม่ถือว่ามันเป็นการลอกล่ะนะ

เคยอ่านเจอที่พันทิพล่ะมั้ง แต่จำไม่ได้ว่าเป็นคำพูดของใคร แต่มาจากห้องการ์ตูนนี่แหละ ที่ว่า "งานที่มีความเป็นออริจินัล 100 เปอร์เซ็นนั้นไม่มีอยู่จริงหรอก เรารู้แค่ว่า มันสนุก หรือไม่สนุก เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ถ้ามันสนุก เราก็อ่าน ถ้าไม่สนุกก็ไม่อ่าน" น่าจะราวๆนี้ จำไม่ได้หมดทั้งประโยค - - จริงนะ แค่ สนุก หรือ ไม่สนุก เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วแท้ๆ (แต่ไม่สนับสนุนงานลอกอยู่ดี)

แต่ช่วงนี้ยังไงเราก็เอียนนิยายหลายเรื่องอยู่ดี เหมือนมันไม่ค่อยไปไหนเลย เหอๆ เรื่องค่อนข้างจะซ้ำๆกันแล้ว - - นี่เราหวังอะไรกับมันมากไปหรือเปล่านะ

เม้นท์ยาวไปนิดหน่อย แต่เป็นช่วงระบายความเครียดหลังสอบอังกฤษรี้ดดิ้งนะ - - เศร้าเลย ศัพท์ 300 ตัว จำไม่ค่อยได้เลย จะตกไหมเนี่ย

#8 By tsukasa on 2005-10-03 17:50

ของต๊ะส่วนใหญ่ก็มาจากแรงบันดาลใจ บางทีก็สิ่งรอบตัว มองเห็นอะไร เห็นเหตุการณ์อะไรก็จับมาใส่ในฟิค กะเรื่องสั้นของตัวเอง

อย่างนี้ก็ไม่เรียกว่าลอกสินะ หุหุ

แต่ก็นะ คนเราถ้าลอกแล้วบอกว่าไม่ได้ลอก สังคมเท่านั้น ตัดสินเขาเอง

จากโจรผู้ที่ยัง.....โง่เขลา

#9 By gataring on 2005-10-03 21:15

โอ้.....โดนคนอื่นเขาแย่งพูดไปหมดแล้วอ่ะ ทำไงดีละเนี่ย

เอาเป็นว่า การก๊อปปี้งานอื่น เป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ควรทำ ละกันเนอะ^^"

(ทำไงได้...ไม่มีอะไรให้พูดแล้วง่า)

#10 By h u t z u ♪ on 2005-10-06 13:58

...คือแบบ...แต่ก่อนนู๋จะเป็นทำนองว่า ถ้าเห็นเขาคล้ายๆกันก็จะคิดว่าคงจะได้แนวคิดมา หรือเป็นแรงบันดาลใจ หรือว่าลอกนะคะ

แต่พอเจอกันตัวเอง ก็อยากจะให้ทุกๆคนได้เข้าใจคำที่ว่า

'ความบังเอิญมีจริงบนโลก'

ขอฝากไว้ด้วยค่ะ

#11 By ~Rena~ on 2005-10-06 19:31

ก็แล้วแต่เคสนะ

บางทีการที่เราทำงานอะไรขึ้นมา ก็มาจากแรงบัลดาลใจเช่นกัน

#12 By ซูเนะโอะ on 2005-10-13 16:22

ฟิกพี่ก็มีทั้งแรงบันดาลใจและบังเอิญ ซึ่งแรงบันดาลก็มาจากใครหลาย ๆ คนในบอร์ดและนักเขียนมือฉมังหลายท่านที่อ่านอยู่... ส่วนความบังเอิญมันก็มีนะ อย่างเช่น เขียนเรื่องที่เอาโครงมาจากการ์ตูนเรื่องเดียวกัน (นั่นคงไม่เกิดซ้ำอีกแน่ แต่นั่นคือเราประยุกต์ ไม่ได้ลอกอีกคนแต่อย่างใด และก็ไม่ได้ก๊อบต้นฉบับเขามาทั้งดุ้นด้วย)

เดี๋ยวนี้แนวเรื่องคล้าย ๆ กัน ภาษาคล้ายกันมีออกเยอะนะ อ่านเอาแค่สนุกแต่ซ้ำกับชาวบ้านเขาพี่ว่ามันไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่หรอก ถ้าเป็นไปได้ก็เขียนเป็นสำนวนตัวเองจะดีกว่า
ไม่แต่งผิกแล้วหรอจ๊ะ เราชอบอ่านอ่ะ

#14 By ^~TE~^ on 2005-10-18 16:19

^
^
เขียนผิดอ่ะ ฟิก มะช่าย ผิก

แล้วเราจะรอนะ

#15 By ^~TE~^ on 2005-10-18 16:20

โอ รู้สึกว่าเราจะไม่ได้เข้ามานานมากเลยนะเนี่ย =w=
เนื้อหาคราวนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นประเด็นหนักอีกแล้ว..

ส่วนตัวเราแล้วบางทีก็ต้องยอมรับนะว่าอาจจะมีที่ไปตรงกับเรื่องที่เคยอ่านมาก่อน บางทีอาจเป็นเพราะมันฝังใจกับเรามากน่ะ^^"
แต่ตัวเราเองก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ล่ะนะ มันไม่ได้มีความภูมิใจสักเท่าไหร่หรอกถ้างานของเราเป็นได้แค่ของเลียนแบบของใครขึ้นมาอีก1ก็อปปี้
คนที่ยังทำแบบนี้ก็คงเพราะวิจารญาณต่ำไปหน่อยล่ะมั้ง???

ป.ล. ช่องคอมเมนท์เล็กมากเลยจ้า มองลำบากไปนิด

#16 By on 2005-11-01 21:06

ข้อแรก เพิ่งเคยมาอ่านบล็อกนี้ครั้งแรก ต้องชมก่อนค่ะว่าบล็อกสวย (พอดีชอบใบไม้หรืออะไรเขียวๆอยู่แล้วด้วยค่ะ พอเข้ามาปุ๊บก็กรี๊ดเลย สวยมากค่ะ)

ข้อสอง
เขียนได้ดีค่ะ ละเอียดแต่ กระชับ ได้ใจความ
ค่อนข้างเห็นด้วยค่ะ
ถ้าคนเขียนได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งอื่นๆ เราว่ามันไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ต้องใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปให้ออกมางามๆก็พอแล้วค่ะ ไม่ใช่ว่าได้รับแรงบันดาลใจเข้มข้น เรื่องก็เลยออกมามีกลิ่นไอของแรงบันดาลใจแรงมาก จนผู้อ่านบางคนรู้สึกตะหงิดๆ

แต่ถ้าคนเขียนไม่รู้ตัวว่าตนเองเอาแรงบันดาลใจ(อันเข้มข้น)นี้มาจากเรื่องอื่น อันนี้ก็เป็นปัญหาโลกแตกแล้วค่ะ เพราะในเมื่อเขาไม่รู้ตัว เขาก็คงจะไม่ให้เครดิต และก็คงจะไม่มีวันยอมรับด้วย
(ลองนึกถึง คนที่นอนละเมอเสียงดัง โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้ตัวสิคะ ถ้าเขาไม่เชื่อเพื่อนรอบๆซะอย่าง ไม่ว่าเพื่อนจะบอกยังไงว่าเขาละเมออะไรยังไง เขาก็คงจะยืนยันหัวชนฝาอยู่ดีล่ะค่ะว่าตูไม่ได้ละเมอ) ยิ่งถ้านักเขียนคนนั้นมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก โอกาสที่จะเชื่อคนรอบๆ หรือคนอื่นๆว่าตนรับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องอื่น หรือเขียนอะไรออกมาคล้ายเรื่องอื่นมาก เขาก็คงจะไม่ยอมรับอยู่ดี

ข้อนี้นักเขียนควรจะระวังค่ะ เพราะที่จริงผู้อ่านคือกระจกที่สะท้อนความผิดพลาดของเราเองได้ดีกว่าตัวเรา คนเรามีใครมองเห็นหลังของตัวเองได้มั้ยว่ามีอะไรติดอยู่ ถ้าไม่ใช้กระจก หรือถ้าไม่วานเพื่อนๆให้ช่วยดูให้

สำหรัยกรณีที่คุณลู เล่า ข้อนั้นมีความเป็นไปได้สองอย่างค่ะ หนึ่งคือคุณเก็บข้อมูลไว้โดยไม่ได้ตั้งใจค่ะ มันอยู่ในซอกหลืบลึกลับของสมอง พอคุณเอามาเขียน ก็แค่บังเอิญมันกระโดดออกมาจากสมองคุณเท่านั้น
สองก็คือ คุณแค่บังเอิญคิดเหมือนคนที่แต่งฟิคนั้นค่ะ
ที่จริงแค่นั้นไม่น่าถึงกับต้องล้มเลิกโครงการนะคะ แค่ปรับแต่งประโยคหน่อย หรือขัดเกลาให้ดีกว่าเขา ก็น่าจะพ้นข้อครหาแล้วค่ะ
ก็เราคิดออกมาจากสมองเองนี่คะ(แต่สมองเราไปรับมาจากใครก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเราเองยังจำไม่ได้ว่าเคยอ่านประโยคนั้นมาก่อน) เราไม่ได้เปิดของเขามาอ่านแล้วลอก น่าจะเป็นความบริสุทธิ์ใจที่เพียงพอแล้วค่ะ

#17 By Valentino on 2005-11-05 12:11

Great work!
http://jyifbqif.com/irzi/cyjk.html | http://bfrnlghk.com/dnhn/lmei.html

#20 By (196.12.144.39) on 2006-08-30 18:35