ตั้งแต่มาอยู่ที่อังกฤษ ตอนนี้ก็เกือบๆ จะสามปีแล้ว
ได้ลองทำงานมากมายที่ตอนอยู่เมืองไทยไม่เคยคิดที่จะแตะต้อง
ก็ขนาดงานบ้านตอนอยู่เมืองไทยยังไม่ได้ทำเองเล้ยยย มีพี่เลี้ยงทำให้ทุกอย่าง
พอมาอยู่อังกฤษต้องทำเองทุกอย่าง รับผิดชอบตัวเอง แบ่งเวลาเอง
 
อาจจะเหนื่อย แต่ทั้งหมด...มันคือ "ประสบการณ์"
 
เมื่อวันก่อนโทรไปคุยกับคุณย่า 
คุณย่าก็ถามว่า ตอนนี้ทำงานพิเศษอะไรอยู่ล่ะ
เราก็ตอบไปว่า ทำงานเป็นลูกมือร้านแซนวิชค่ะ
คุณย่าก็ถามอีกว่า แล้วงานลูกมือเนี่ย...ทำอะไรบ้างล่ะ
 
เราก็นึกไปครู่นึงก่อนตอบว่า ก็...เตรียมไส้แซนวิช ทำแซนวิชขาย ล้างจาน เก็บจาน ทำกาแฟ
เก็บกวาดเช็ดถู ทำสต๊อก ฯลฯ สรุปว่า...ก็ทำทุกอย่างที่ทำได้น่ะนะคะ
 
คุณย่าก็บอกว่า ดีแล้ว ฝึกๆ ทำทุกอย่างไว้ จะได้เป็นคนไม่เกี่ยงงาน
ฝึกเป็นลูกจ้างไว้พอเป็นเจ้านายจะได้รู้ว่าควรจะต้องทำตัวยังไงบ้าง
จะได้รู้ว่า คนเป็นลูกจ้างเนี่ย เค้าอยากได้เจ้านายแบบไหน
 
มันก็ทำให้เราย้อนนึกถึงน่ะนะ งานแรกที่เราเคยทำที่อังกฤษ
คือการเป็น เด็กเสิร์ฟอาหารเช้าในโรงแรม
บอกตรงๆ ว่า เหนื่อยชิบหายเลย!!
เงินน้อย กดค่าแรง ใช้งานเยี่ยงทาส เจ้านายเฮงซวย บลาๆๆ
เป็นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานเล็กๆ 555
 
แต่ในทางกลับกัน...เพราะเราเคยผ่านอะไรที่แย่มากๆ มาแล้ว
ทำให้ทุกวันนี้เจออะไรก็ "รับได้" ทั้งนั้น Cry
 
งานที่ทำในปัจจุบันเป็นงานที่เราทำแล้วมีความสุขมาก
เจ้านายดี เพื่อนร่วมงานดี ลูกค้าดี บรรยากาศในร้านดี
 
แล้วทำไมมันถึงดี?
สำหรับเรา...เราคิดว่า ประเด็นหลักเป็นที่ เจ้าของ/ผู้จัดการร้าน เลยนะ
 
ก่อนอื่นเลย การตกแต่งร้าน และ การวางระบบภายในร้าน
หากสองอย่างนี้ดี ก็เหมือนมันมีพื้นฐานที่ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้ว
ถึงจะยุ่งมีลูกค้าเข้ามาเยอะๆ แต่ด้วยความที่พื้นฐานการจัดการร้านดี
ทำให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น 
 
และถึงแม้จะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็อย่ามองทุกๆ เรื่องเป็นเรื่องร้ายแรง
ผู้จัดการบางคน หรือแม้แต่พวกรุ่นพี่ในที่ๆ เราเคยทำงาน เป็นแบบนั้นกันจริงๆ นะ
แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็จะของขึ้นเอาซะง่ายๆ
 
ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ วัันนี้
เรากำลังทำแซนวิช Coleslaw + Ham + Cheese และด้วยว่าเราใส่ Coleslaw เยอะเกินไป
ตอนที่หั่นครึ่งแซนวิช มันก็แผละออกมาหมด...เราก็เลยขอให้รุ่นพี่ที่ร้านช่วยทำให้แทน
เค้าก็มาจัดการแก้ปัญหาให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รับมือลูกค้าให้ด้วย
จนกระทั่งลูกค้าออกจากร้านไป ถึงหันมาแนะนำกับเราว่า คราวหน้าต้องทำงี้ๆ นะ
พร้อมทั้งพูดติดตลกว่า แต่ก่อนเค้าก็ทำแล้วแผละออกมาอย่างนี้เหมือนกัน
 
นอกจากนั้นแล้ว เมื่อวันก่อนตอนที่เราคิดเงินลูกค้าเสร็จจนลูกค้าเดินออกจากร้านไปแล้ว
เจ้าของร้านก็เดินเข้ามาหาเรา แล้วก็ถามเราว่า อันนั้นน่ะเราคิดยังไงถึงได้ราคาออกมาเท่านั้น
เราก็บอกไปตามตรง เจ้าของร้านก็บอกว่า เออ...มันไม่ถูกนะ คราวหลังควรจะคิดแบบนี้ๆๆ นะ
ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ตวาดตะคอกใส่อารมณ์ ฯลฯ (เราคิดราคาผิดไป 10p)
เราก็คิดนะ...เออ ดีนะที่เจ้าของร้านไม่ได้หยุดเราตอนที่เรากำลังคิดเงินให้ลูกค้าอยู่
เค้ามาบอกเราทีหลังเงียบๆ ไม่ให้เราต้องเสียหน้าต่อหน้าลูกค้าด้วย
 
มีอีกหลายเรื่องแหละที่ทำให้เรารู้สึกว่า ร้านนี้ เป็นร้านที่ทำแล้วมีความสุข
เค้ามีความใจเย็นใจการเทรนเด็กใหม่ดี (เราเพิ่งทำงานร้านนี้มาได้เดือนกว่า)
มีหลายเรื่องที่เราอยากจะเก็บเอาไว้เป็นแบบอย่างสำหรับอนาคตหากเราได้เป็นเจ้านายใคร
 
ส่วนที่ว่า ลูกค้าดี ก็เพราะว่าลูกค้าจำนวนพอสมควรของร้านนี้ เป็นลูกค้าประจำ
รู้จักกับเจ้าของร้านมานานแล้ว มาอุดหนุนเป็นประจำ บางทีก็คุยกันเฮฮา
บางทีถึงแม้จะเป็นลูกค้าใหม่ก็ชักชวนคุย ชีวิตเป็นยังไงบ้าง? ดินฟ้าอากาศ? ฯลฯ
ใครอยากคุยเค้าก็จะตอบเอง ใครไม่อยากคุยเค้าก็จะตอบสั้นๆ ก็เป็นอันรู้กัน
เจ้าของร้านก็ไม่ได้ว่าอะไรที่ลูกน้องจะคุยเฮฮาไร้สาระกับลูกค้าบ้าง
(ปกติเจ้าของจะทำงานอยู่ในร้านด้วยเกือบตลอด) 
 
บรรยากาศร้านดีๆ แบบนี้ ทำงานแล้วก็ไม่เครียด ทำให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่
แล้วก็ทำให้เราอยากทำงานอยู่กับร้านนานๆ เป็นวิธีการสร้าง Royalty ด้วยอย่างหนึ่งน่ะนะ
 
อ้อ แล้วก็...ร้านแซนวิชที่เราทำงานอยู่ร้านนี้เปิดมาได้ 20 ปีแล้ว
เผื่อใครอยากดูเว็บไซต์ลองดูได้ที่นี่ http://www.legrandcochon.co.uk/
ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมร้านแซนวิชมีเว็บไซต์ 5555
ที่อังกฤษนี่ ร้านค้าสัพเพเหระก็มีเว็บไซต์กันทั้งนั้นแหละ Smile
 
 
 
 
 
 
ปล. ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่องเก่ียวกับที่ไปตระเวนลอนดอนช่วงโอลิมปิกก่อน
แต่พอดีว่า มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แทรกเข้ามาเลยขอเขียนเรื่องนี้ก่อนละกัน
ครั้งหน้าค่อยเจอกันนะ โอลิมปิก! 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

@keneverdie ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ big smile

#9 By cherrykids on 2012-08-30 23:41

การทำงานหลายหลายช่วยให้เรามีมุมมองมากแง่มุมหรือรอบด้านมากขึ้น
มันช่วยให้เรารับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่สำคัญที่สุดคือการรู้จักคิดบวกกับทุกสถานการณ์
แล้วเราจะเป็นคนที่มีความสุขกับทุกบทบาทครับbig smile big smile big smile

#8 By KENeverdieS on 2012-08-29 17:01

ตอบคุณ Kaw นะคะ
เราอยู่ Brighton ค่ะ ไม่ได้อยู่ลอนดอน แต่พอดีว่า ช่วงโอลิมปิกไปทำงานเป็นอาสาที่ลอนดอน ก็เลยไปพักอยู่ในลอนดอนช่วง 5 วันที่ทำงาน แล้วก็...เรายังเรียน ป.ตรี อยู่เลยค่ะ ที่เล่าว่าทำงานคือเป็นงานพิเศษน่ะค่ะ big smile
ชีวิตมันต้องสู้ค่ะ!! 555 double wink

#7 By cherrykids on 2012-08-27 01:47

เจ้าของบล็อคดูเป็นคนที่ลุยกับชีวิตมากเลยค่ะ น่าอิจฉาๆ เราเคยคิดว่าอยากจะลองไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ตัวเองรักบ้าง แต่ดูเหมือนว่ายังมีอุปสรรคเรื่องของโอกาสและเวลาค่ะ อยากรู้ว่าเจ้าของบล็อคเรียนจบที่ลอนดอนรึเปล่าค่ะ? หรือว่าเรียนในไทยแล้วไปทำงานในลอนดอน?

#6 By Kaw (103.7.57.18|27.55.15.120) on 2012-08-26 13:05

@viewpoints แต่ก็ยังต้องฝึกฝนประสบการณ์อีกเยอะล่ะค่ะ ก็หวังว่าจะได้มีโอกาสเป็นเจ้านาย และเป็นเจ้านายที่ดีในอนาคตล่ะนะคะ confused smile
@posasa อยู่ที่ความตั้งใจของเราค่ะ ฝันให้ไกลไปให้ถึงนะคะ! double wink

#5 By cherrykids on 2012-08-24 21:49

อ่าห์ อยากไปเมืองนอกบ้างไรบ้างHot! Hot! Hot!

#4 By posasa on 2012-08-24 15:42

จริงมากๆๆ ครับ เรื่องเป็นลูกจ้างก่อนแล้วจะเป็นเจ้านายที่ดีเนี่ย เราจะเห็นใจคนอื่นอย่างแท้จริง ><
ได้ประสบการณ์ดีๆ มาเยอะเลยนะครับ
แค่เปิดร้านขายแซนวิช  คุณเจ้าของร้านเจ๋งจัง :D

#3 By viewpoints on 2012-08-23 21:09

@charot เราก็รู้สึกว่าเราโชคดีนะคะ แต่ทำอะไรก็แอบเกรงใจเจ้าของร้านนิดนึงไปโดยอัตโนมัติเลยล่ะค่ะ sad smile

#2 By cherrykids on 2012-08-23 16:20

ฟังดูดีจังเลยค่ะ
ดีจังเนอะได้ทำงานในที่ๆดี open-mounthed smile
สิ่งแวดล้อมดีๆสร้างได้มันเป็นงี่้เอง ^^

#1 By [ Sai ];charot on 2012-08-23 02:02